วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2558
ค้นหาราคาประเมินที่ดิน
ระบบฐานข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดินและแผน ปฏิบัติการพัฒนาทรัพยากรที่ดิน (LandPlan)
http://www.ldd.go.th/gisweb/landuse/main_landuse.html
เว็บไซต์กรมที่ดิน,ค้นหาข้อมูลการจัดสรรที่ดิน
http://www.dol.go.th/dol/index.php
สรุปราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน
http://www.freesplans.com/FP_landprice/FP_landprice_new.asp
ปัจจัยที่ทำให้"อสังหาริมทรัพย์"ราคาสูง
สำหรับปัจจัยที่ทำให้ราคาที่ดินสูงขึ้นหรือต่ำลง มีอยู่มากมายหลายปัจจัย อย่างไรก็ดีถ้าหากนำมาจัดเป็นกลุ่มเป็นหมวดหมู่แล้ว จะประกอบไปด้วย 12 ปัจจัยหลักๆ ด้วยกัน คือ
1. ลักษณะของที่ดิน ที่ดินสองแปลงมีเนื้อที่เท่ากัน แต่รูปร่างของที่ดินอาจทำให้ราคาต่อหน่วยของที่ดินทั้งสองแปลงนั้นแตกต่างกันได้ เช่นที่ดินที่มีด้านหน้าติดถนนกว้างกว่า อาจมีราคาสูงกว่า เพราะอาจได้แระโยชน์ใช้สอยมากกว่า
2. เนื้อที่ของที่ดิน ที่ดินที่อยู่ใกล้กัน แต่มีเนื้อที่ไม่เท่ากัน อาจมีราคาต่อหน่วยต่างกันได้ กล่าวคือที่ดินที่มีเนื้อที่มากย่อมมีราคาต่อหน่วยถูกกว่าที่ดินที่มีเนื้อที่น้อย เพราะว่าที่ดินเนื้อที่มากต้องประเมินราคาเฉลี่ย และต้องคำนึงถึงการซื้อขายแลกเปลี่ยนมือด้วย ตามปกติทั่วไปที่ดินที่มีจำนวนหน่วยน้อยย่อมขายได้ง่าย คล่องตัวกว่าที่ดินที่มีจำนวนหน่วยมาก ทั้งนี้เพราะว่าจำนวนเงินที่ใช้ซื้อจะน้อยกว่า
3. การปรับปรุงที่ดิน หมายถึงการทำให้ที่ดินมีสภาพดีขึ้นกว่าเดิม จะเป็นการถมที่ดิน ทำสนามหญ้า หรืออะไรก็ตาม ฉะนั้นที่ดินที่ยังรกร้างว่างเปล่าย่อมทีราคาต่ำกว่าที่ดินที่มีการปรับปรุงแล้ว และที่ดินที่ได้รับการปรับปรุงที่แตกต่างกัน ก็ย่อมจะมีราคาต่างกันได้
4.การคมนาคม มีส่วนสำคัญที่ทำให้ราคาที่ดินแตกต่างกัน ที่ดินที่มีการคมนาคมสะดวก รถยนต์เข้าถีงที่ดินได้ ความเจริญจะขยายตัวได้รวดเร็วกว่าจึงทำให้ราคาสูงกว่าที่ดินที่มีการคมนาคมเข้า-ออก ไม่สะดวก เช่น ที่ดินทีอยู่ริมถนนใหญ่ จะมีราคาสูงกว่าที่ดินที่อยู่ติดถนนซอย นอกจากนั้นให้พอจารณาถึงสภาพะถนนหนทางด้วยว่า เป็นถนนคอนกรีต ลาดยาง หรือลูกรัง เพราะมีผลทำให้ที่ดินแตกต่างกันความสะดวกเหล่านี้ ทำให้ที่ดินมีราคารสูงกว่าบริเวณที่ไม่มี
|
วันเสาร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2558
ระบบบริหารจัดการโรงแรม
(Property Management System)
การบริหารจัดการโรงแรมในปัจจุบันให้มีประสิทธิภาพนั้นเทคโนโลยีสารสนเทศมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะระบบการบริหารจัดการโรงแรมหรือ Property Management System (PMS) ที่จะช่วยให้การบริหารและการปฏิบัติงานของโรงแรมมีความถูกต้องแม่นยำ และมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
ในการนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศ Property Management System (PMS) มาใช้ในการบริหารธุรกิจโรงแรมนั้นจะช่วยเพิ่มความสะดวก และประสิทธิภาพในการบริหารจัดการโรงแรม ซึ่งจะประกอบไปด้วยระบบย่อยที่รองรับและสนับสนุนงานด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้
1.Front Office เป็นระบบที่นำมาใช้ในการบริหารจัดการด้านการให้บริการห้องพักสำหรับพนักงานส่วนหน้าของโรงแรม
2. Back Office เป็นระบบที่นำมาใช้ในการบริหารจัดการงานด้านอื่นๆ ภายในโรงแรมที่ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับงานด้านการให้บริการห้องพัก ที่สำคัญคือระบบควบคุมทางด้านการเงิน การบัญชี และการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง
3. Business Sources เป็นระบบที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลแหล่งที่มาของธุรกิจ เพื่อจัดทำรายงาน สถิติ เพื่อการวิเคราะห์แฃะประเมินผล
4. Business Intelligence เป็นระบบที่ใช้ในการบริหารงานด้านการตลาดและการขายของโรงแรม
อ้างอิง : http://www.ihotelguru.com/index.php?option=com_k2&view=item&id=70:pms-property-management-system
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)







